7 ประเภทพ่อแม่รังแกฉันที่ควรหลีกเลี่ยง
admin 4K
Parents News , คุณแม่มือใหม่

ความรักคือสิ่งที่ดี การหยิบยื่นความรักให้แก่กันจึงถือเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะความรักที่พ่อแม่มีให้ต่อลูกซึ่งเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ทว่าหากสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่กำลังทำเข้าข่ายของการเป็นพ่อแม่ 7 ประเภทต่อไปนี้ ความรักของคุณอาจเปลี่ยนเป็นการรังแกและทำร้ายลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว

1. พ่อแม่สายสปอยล์

คงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากจะให้ลูกลำบาก ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่จึงเลี้ยงและถนอมลูกดุจไข่ในหิน เมื่อมีปัญหาใดๆ มักทำหน้าที่เป็นกองหน้าเข้าชนกับปัญหาก่อน ลูกน้อยจึงไม่มีโอกาสจะเผชิญกับปัญหาด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ดูแลเจ้าตัวเล็กวัยเตาะแตะหรือกำลังโตหลายรายที่วางกับดักลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว คอยโอ๋ คอยตามใจทุกเรื่อง ไม่เคยปล่อยให้ลูกเผชิญปัญหาต่างๆ และจัดการด้วยตนเอง ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เองคือการรังแกลูกน้อยทางอ้อมโดยไม่รู้ตัวค่ะ 

2. พ่อแม่สายเติม (ในส่วนที่ตัวเองขาด)

คุณพ่อคุณแม่บางคนเห็นลูกเปรียบเสมือนตัวแทนของตนเองในอดีต จึงมักเติมเต็มความรู้สึกตัวเองโดยการใช้ลูกเป็นเครื่องมือ สิ่งที่ไม่เคยมี และสิ่งที่ฝังใจอันเป็นปมด้อยในอดีตจึงพยายามฝังกลบและเติมเต็มผ่านลูกน้อย กระนั้นการเลือกเติมเต็มให้ถูกต้องในบางครั้งเป็นการทำตามความต้องการของตนเอง มากกว่าสนใจความต้องการของลูกน้อย

3. พ่อแม่จอมวางแผน

คุณพ่อคุณแม่ประเภทนี้เชื่อว่าสิ่งที่ตนเองเลือกคือเส้นทางที่ดีที่สุดของลูกน้อย โดยใช้ข้ออ้างทางความรักในการบังคับและไม่ฟังเสียงของลูก ต้องการให้ลูกเดินตามที่ตนเองต้องการทุกอย่างโดยไม่ฟังคำอธิบายของลูก

ไม่ว่าจะเป็นวางแผนให้ลูกเรียนดนตรีทั้งๆ ที่ลูกชอบศิลปะมากกว่า วางแผนให้เรียนเขียนอ่านทั้งๆ ที่ลูกยังไม่มีความพร้อมด้านการเรียนเพราะอายุยังน้อย  โดยมากเด็กไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหานี้แทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรียน ที่เด็กมักเลือกเรียนตามที่พ่อแม่ต้องการมากกว่าที่จะรู้ว่าตัวเองชอบหรือถนัดอะไร

4. พ่อแม่จอมป้องกัน

พ่อแม่ประเภทนี้เป็นพ่อแม่ที่ปกป้องลูกตลอดเวลา ไม่ว่าลูกเกิดปัญหาอะไรกับใคร มักกล่าวร้ายอีกฝ่ายเสมอ ออกโรงปกป้องเต็มที่จนทำให้ลูกน้อยกลายเป็นเด็กที่มีปัญหาในอนาคต

5. พ่อแม่ผู้เชื่อใจ 100%

สำหรับพ่อแม่ประเภทนี้ เสียงของลูกคือเสียงที่ดังที่สุดเสมอ คุณพ่อคุณแม่ประเภทนี้มักพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่ลูกน้อยบอกทุกอย่าง ด้วยความรักที่มีและความเชื่อใจจึงทำให้ไม่ได้สังเกตหรือตรวจสอบพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมข้างกายลูก จนอาจไม่ทราบว่าสิ่งที่ลูกทำอยู่นั้นเหมาะสมหรือไม่

6. พ่อแม่ผู้กำกับ

พ่อแม่ประเภทนี้มักจะไม่ยอมให้ลูกอยู่นอกสายตาเพื่อไม่ให้ลูกออกนอกลู่นอกนาง และมักมีกฎเกณฑ์กติกาและตารางชีวิตสำหรับลูก เช่น ชั่วโมงนี้ลูกต้องเรียนว่ายน้ำ เรียนเปียโน หรือการกำหนดพื้นที่ให้ลูกอยู่ในบ้านโดยไม่อนุญาตให้ลูกไปเที่ยว

ชีวิตของลูกน้อยกับพ่อแม่ประเภทนี้จึงมักเป็นไปด้วยความตึงเครียด อึดอัด กดดัน ในท้ายที่สุดจึงส่งผลให้ลูกน้อยต้องโกหกเพื่อหลีกเลี่ยงในที่สุด

7. พ่อแม่สายรักนะแต่ไม่แสดงออก

เป็นธรรมดาที่พ่อแม่ทุกคนย่อมรักลูกกว่าแก้วตาดวงใจ แต่พ่อแม่ประเภทนี้เป็นสายพฤติกรรมไม่ตรงกับใจ ไม่ให้กำลังใจหรือชื่นชมเพราะกลัวลูกจะเหลิงยินดีกับคำชม แต่การทำเช่นนี้เสมือนดาบสองคม เพราะลูกน้อยอาจคิดว่าพ่อแม่ไม่รักและหันไปหาคนที่พวกเขาคิดว่าให้ความสำคัญและใส่ใจกับเขามากกว่า ซึ่งคุณพ่อคุณแม่คงไม่มีทางรู้เลยว่า คนเหล่านั้นจะเป็นคนที่รักเขาและนำเขาไปสู่สิ่งที่ดีที่ควรหรือไม่ หรือเป็นผู้ชักนำภยันตรายต่างๆ เข้ามา

หากคุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นคุณพ่อคุณแม่ในประเภทใดประเภทหนึ่งของ 7 ประเภทนี้ หรือมิกซ์รวมอย่างละนิดละหน่อยแล้วล่ะก็ ความรักที่มีอาจทำให้พัฒนาการสมกับวัยของเขา ต้องสะดุดและเป็นอันตรายต่อชีวิตของเขาได้

ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ลองปรับวิธีมารักลูกน้อยแบบพอดีกันดูนะคะ รับรองว่าความรักที่มีจะไม่น้อยลงแถมผลลัพธ์ที่ได้กลับมาจะดีเกินคาดด้วยค่ะ

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง
Growth Hormone กับการเจริญเติบโตของลูกน้อย

จัดการปัญหาลูกรักไม่ยอมนอนในเปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ

"เปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ"เหมาะกับนิสัยการนอนแบบไหน

สารพัดปัจจัยทำลูกนอนน้อย

‘เตรียมของใช้ให้ลูกน้อย’ เรื่องจำเป็นที่คุณแม่มือใหม่พลาดไม่ได้