สารอาหารในนมแม่ คือ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก
10/12/2018 22:33:19 คุณแม่มือใหม่
no image
โพสกระทู้ -
หัวข้อ -

            สารอาหารในนมแม่ คือความมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมนุษย์ ที่จะสามารถสร้างอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วน และเป็นอาหารที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้  และที่สำคัญ มันจะถูกสร้างขึ้นด้วยความรักและจิตใจอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้จากในห้องปฏิบัติการ นั่นจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่นักวิชาการกล้าการันตีว่า น้ำนมแม่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยทุกคน และเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกแม่ควรจะให้ลูกดื่มนมอย่างต่อเนื่องในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตและควรที่จะเลี้ยงดูด้วยนมแม่สลับกับอาหารอื่นๆๆจนกระทั่งถึงอายุ 12 เดือน จึงจะได้ประโยชน์ เพราะสิ่งที่ลูกต้องการในช่วงขวบปีแรกจำเป็นที่จะต้องได้จากสารอาหารในนมแม่ทั้งสิ้น

                มีงานวิจัยหลายฉบับสนับสนุนการใช้น้ำนมของแม่ เพื่อเลี้ยงดูลูกในช่วงขวบปีแรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องเน้นหนักให้ความสำคัญในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกและยังช่วยลดปัญหาสุขภาพอื่นๆที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็กตั้งแต่วัยเยาว์เช่นโรคเบาหวาน  โรคอ้วน  และโรคหอบหืด  เพราะสารอาหารในน้ำนมแม่ เป็นสิ่งที่ถูกสร้างสรรค์จากธรรมชาติที่มีความหวานหอมมันพอเหมาะพอดีกับความชอบรวมไปถึงพอดีกับความต้องการของร่างกายทารก แม้จะมีการสร้างนมผงสำเร็จรูปที่เลียนแบบจนใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุดแต่มันก็ยังถูกปรุงแต่งด้วยน้ำตาลและสารอื่นๆๆที่ไม่สามารถยืนยันได้ 100% ว่ามันเป็นส่วนผสมที่ถูกสัดส่วนกับสิ่งที่ลูกน้อยต้องการและนมแม่ยังมีคุณสมบัติของการเป็นโปรตีนนมที่มีโมเลกุลเล็กมากสามารถย่อยและดูดซึมได้อย่างรวดเร็วและยังมีสารอาหารที่จำเป็นอย่างครบถ้วนโดยไม่ต้องเพิ่มเติมสิ่งใดให้กับทารกอีกเลย

สารอาหารในนมแม่ ที่เป็นองค์ประกอบหลักๆได้แก่

1.โปรตีน ในน้ำนมแม่มีโปรตีนด้วยกัน 2 ประเภทนั่นคือเวย์ 40% และเคซีน 60% นี่คือความสมดุลระหว่างสัดส่วนของโปรตีนที่ดีที่สุดเพราะมันจะส่งผลต่อการย่อยและดูดซึมอย่างรวดเร็ว และยังมีคุณสมบัติในการป้องกันการติดเชื้อจากภายนอกได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยทำให้นมบางชนิดเป็นสิ่งที่ย่อยยากสำหรับเด็ก ส่งผลให้เกิดอาการ ลูกท้องอืด เพราะยังมีโปรตีนที่ดูดซึมไม่หมด หลงเหลืออยู่ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งจะส่งผลต่อไปยังระบบขับถ่ายของเด็กอีกทอดหนึ่ง และยังมีโปรตีนกลุ่มย่อยๆที่ทำหน้าที่แตกต่างกันออกตามคุณสมบัติของมัน

- Lactoferrin ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยธาตุเหล็กในทางเดินอาหาร เช่นโคลิฟอร์มและยีสต์ ชนิดที่ต้องการธาตุเหล็ก
                - Secretory IgA สารคัดหลั่งที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากไวรัส และแบคทีเรีย โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เสี่ยงต่อการได้สัมผัสจากภายนอก ช่วยในการป้องกันเชื้อ E. coli และป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้   สารคัดหลั่ง IgGและ IgM ที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้อองกันการติดเชื้อ ซึ่งถ้าหากกลัวว่าจะมีปริมาณไม่เพียงพอต่อเด็ก เราสามารถเพิ่มสารคัดหลั่ง 2 ตัวหลังนี้ ด้วยการให้เด็กรับประทานปลา เป็รโปรตีนที่มใช้ควบคู่ หรือทดแทน น้ำนมแม่ได้

- Lysozymeเป็นเอนไซม์ที่ช่วยปกป้องทารก จาก กับ E. coli และ Salmonella นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ในลำไส้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการย่อย และการดูดซึมอาหาร และยังมีหน้าที่ต้านการอักเสบ
                - Bifidus factor โปรตีนที่สนับสนุนการเจริญเติบโตของ Lactobacillus ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์กับร่างกายที่ช่วยปกป้องลูกน้อยจากแบคทีเรียที่เป็นอันตราย ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้เป็นกรดด้วยเอนไซม์ในตัวเอง ทำให้เชื้อแบคทีเรียไม่สามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ และทยอยตายไปจนหมด
                2.ไขมัน คือ สารอาหารในนมแม่ที่ช่วยพัฒนาสมอง และ เป็นแหล่งให้พลังที่สำคัญมาก ช่วยดูดซึมวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน (เอ, ดี, อี ,เค ) กรดไมขันที่มีโซ่ยาวจำเป็นสำหรับสมอง ม่านตา และระบบประสาท ซึ่งในร่างกายของเด็กทารกจะเริ่มสะสมไขมันเอาไว้ในสมอง ตั้งแต่ช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนถึงกำหนดคลอด และเมื่อครบกำหนดคลอด เด็กทารกก็ยังสามารถได้รับมันต่อจากนมแม่นั่นเอง

3.วิตามิน ปริมาณและชนิดของวิตามินในนมแม่ มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรงกับปริมาณวิตามินของแม่ของเด็กได้รับตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์จนกระทั่งคลอดออกมา นั่นคือเหตุผลที่ผู้หญิงในระหว่างตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องได้รับสารอาหารและวิตามันที่มากพอ เพื่อนำบางส่วนไปส่งเสริมใพัฒนาการของลูกน้อย

- วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน A, D, E และ K มีความสำคัญต่อสุขภาพและพัฒนาการของทารก
                - วิตามินที่ละลายในน้ำเช่นวิตามินซี riboflavin, niacin และกรด pantothenic ก็ล้วนมีความสำคัญ เพราะความจำเป็นของวิตามินเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงกับความแข็งแรง และพัฒนาการทำงานของร่างกายในระบบต่างๆ

4.คาร์โบไฮเดรต โดยเฉพาะ แลคโตส ซึ่งเป็นสารอาหารในนมแม่ตัวหลักๆ คิดเป็น  40% ของพลังงานทั้งหมดที่ทารกได้รับจากน้ำนมแม่ แลคโตสช่วยลดแบคทีเรียที่ไม่แข็งแรง ไม่มีคุณภาพในกระเพาะอาหาร และส่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่แข็งแรง ให้มีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในกระเพาะอาหาร ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม  ฟอสฟอรัส  และแมกนีเซียม ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคในร่างกาย 
                ด้วยเหตุผลแห่งความสมบูรณ์แบบของสารอาหารในนมแม่ ที่พอเหมาะพอดีกับความต้องการของลูกน้อยที่สุดและสิ่งที่พบในน้ำนมแม่เท่านั้น คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีชีวิต ซึ่งจะทำหน้าที่ต่อสู้กับการเชื้อโรค เป็นแอนติบอดีเซลล์ที่มีชีวิต   และยังเด็กทารกยังได้รับเอนไซม์และฮอร์โมนที่ผลิตได้บริเวณเต้านมเท่านั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถสังเคราะห์หรือสร้างได้จากห้องปฏิบัติการ เราจึงไม่พบสารสำคัญเหล่านี้ในนมผงทุกสูตรในโลก

แต่ก็มีแม่กลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ประสบปัญหาสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพ และโรคประจำตัวของตัวเอง  ทำให้เด็กทารกที่เกิดจากคนกลุ่มนี้ จำเป็นต้องได้รับน้ำนมแม่จาก แม่คนอื่นๆจากการบริจาค ซึ่งก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ แต่บางคนก็เลือกที่จะใช้นมผงที่ผสมสารอาหารสังเคราะห์ ที่ได้รับการพัฒนาสูตรให้มีสัดส่วนที่สมดุลย์กันจนใกล้เคียงกับนมแม่มากที่สุด เพื่อเสริมพัฒนาการของเด็ก ให้ได้มากที่สุด แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ100% เหมือนสารอาหารในนมแม่ แต่มั่นใจได้ว่า มันจะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีกว่าการได้รับนมผงแบบทั่วไปอย่างแน่นอน และบางสูตรใช้นมจากแหล่งอื่นๆเช่นจากพืชและ จากสัตว์อื่นๆที่ไม่ใช่วัว เพื่อนำมาเลี้ยงทารกที่มีอาการเด็กแพ้นมวัว เช่น นมผงสำหรับทารก nutramigen ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เลี้ยงเด็กที่มีปัญหาเรื่องการย่อย 

 

แก้ไขล่าสุด
คุณกำลังแก้ไขเนื้อหากระทู้ ( กดปุ่ม "บันทึกการแก้ไข" ที่ด้านล่างเมื่อแก้ไขเสร็จ )
มี 1 ความคิดเห็น
no image
โพสกระทู้ -
หัวข้อ -
ความคิดเห็นที่ 1 20/08/2019 11:12:50

มีช่วงนึงที่เราน้ำนมไม่ค่อยออก ให้ลูกกินนมตัวเองบ้าง นมผงบ้างตลอดเลยค่ะ แต่กลัวลูกจะได้สารอาหารไม่ครบ ก็เลยพยายามหาวิธีเพิ่มน้ำนม ได้กินb giftเลยทำให้มีน้ำนมเยอะมาให้ลูกกิน ตอนนี้ก็เลยสบายใจขึ้น

แก้ไขล่าสุด
คุณกำลังแก้ไขความคิดเห็น ( กดปุ่ม "บันทึกการแก้ไข" ที่ด้านล่างเมื่อแก้ไขเสร็จ )
** กรุณากรอกข้อความ
แสดงความคิดเห็น