SAY NO! กับการงัดดั้งลูกรัก
admin 4K
สุขภาพลูกรัก , ลูกรักวัยซน , ลูกรักวัยเตาะแตะ

ใครบ้างไม่อยากให้ลูกมีหน้าตาสวยหล่อ โดยเฉพาะศัพท์สำคัญอย่างการ “งัดดั้ง” หรือการทำให้รูปจมูกลูกน้อยมีความโด่งสวยเช่นเดียวกับคนยุโรปนั้นจึงมีมาให้เห็น และเป็นความเชื่อของคุณพ่อคุณแม่ว่าหากต้องการให้ลูกน้อยเข้าเทรนด์หล่อสวยโกอินเตอร์กับจมูกได้รูปต้องบีบต้องปั้นด้วยนิ้วมือแต่วัยเยาว์ให้โด่งนูนขึ้นมา

แท้จริงแล้วเรื่องลักษณะโครงสร้างใบหน้ามีผลมาจากยีนที่กำหนดมาแต่เดิมอยู่แล้ว แม้จะมีปัจจัยอื่นมาร่วมด้วยแต่ก็เป็นส่วนน้อย การคาดหวังให้โครงร่างกระดูกของชาวเอเชียอย่างคนไทยเราที่มีลักษณะค่อนข้างยุบไปโด่งเท่ากับคนยุโรปจึงเป็นไปได้ยาก แล้วงัดดั้งคือวิธีช่วยให้ลูกมีดั้งโด่งจริงหรือไม่ มาดูคำตอบกันค่ะ

 

นิ้วดันเสริมความโด่งได้จริงหรือ

การใช้นิ้วดัน หรือทำการบีบ คลึงจมูก สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของกระดูกได้จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดและไม่เป็นผลดีนัก

หากถ้าแบ่งตามสรีรวิทยาของจมูกจะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ...

  • สันจมูก (กระดูกแข็ง)
  • ปลายจมูก หรือด้านข้างจมูก (กระดูกอ่อน)

ส่วนที่คุณพ่อคุณแม่ไม่สมควรทำการสัมผัสหรือบีบ คลึงเลย คือส่วนที่สองซึ่งเป็นบริเวณของกระดูกอ่อน เพราะมีเส้นเลือดหล่อเลี้ยงค่อนข้างมาก การบีบตำแหน่งนี้จึงเสี่ยงต่อการอักเสบ และบวม

ที่สำคัญภายในโพรงจมูกลูกน้อยที่คุณพ่อแม่ไม่เคยเห็นอาจมีก้อนเนื้อ หรือความผิดปกติอื่นซ่อนอยู่ ดังนั้นหากเกิดความผิดปกติในเจ้าตัวน้อยที่ยังหายใจทางปากไม่เป็น อาจส่งผลให้ระบบหายใจของเขาเกิดความผิดปกติได้ อย่างไรก็ตามถ้าคุณพ่อคุณแม่คิดจะลองนวดสักครู่เพื่อทดสอบดูให้รู้ไปว่ามันไม่เป็นความจริง ขอให้นวด หรือใช้นิ้วชี้ดันด้านข้างจมูกของลูกเบาๆ แค่นั้นก็เพียงพอ และยังอยู่ในขอบเขตความปลอดภัยของลูกน้อยค่ะ

 

ไม้หนีบ อุปกรณ์วิเศษ?

ในเมื่อนิ้วมือที่ทั้งดุนทั้งดันกันแต่ยังเล็กยังไม่รอด ความพยายามต่อยอดค่านิยมให้กับเด็กที่กำลังโตขึ้นด้วยการใช้ “ไม้หนีบผ้า” คงไม่เป็นผลดีเท่าไร คุณพ่อคุณแม่ลองมาคิดทบทวนดูว่าหากไม้หนีบได้ผลจริงทำไมศัลยแพทย์เสริมความงามยังคงต้องใช้ซิลิโคนในการเสริมรูปจมูกให้สวยงาม จริงไหมคะ

ที่สำคัญผลของไม้หนีบผ้าหากหนีบไปในระยะเวลานานๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้ลูกน้อยที่เป็นเจ้าของใบหน้าเจ็บๆ ชาๆ บริเวณดั้งแล้ว ยังอาจทำให้เกิดเลือดคลั่ง อักเสบ และติดเชื้อ เนื้อเยื่อบริเวณที่บีบอาจตายได้ เนื่องจากเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่ถึง

คราวนี้แทนที่ดั้งจะโด่งเราอาจได้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม คือยุบ หรือผิดรูปแทน เพราะฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตและให้คำแนะนำลูกน้อยที่เริ่มโตขึ้น และมีความสนใจในรูปลักษณ์ของตัวเองอย่างถูกต้องเพื่อให้ลูกรักของคุณพ่อคุณแม่ไม่เลือกใช้วิธีผิดแปลกและส่งผลเสียต่อความสวยหล่อ สมวัย และมีความสุขของพวกเขา

ข้อแนะนำเสริมภูมิคุ้มกันลูกน้อยห่างไกลค่านิยมผิดๆ

1. สร้างความมั่นใจ ถึงแม้รูปลักษณ์จะสำคัญ แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเปรียบเทียบหรือตำหนิใบหน้าของลูก หรือล้อเลียนว่าลูกดั้งแหมบ ดั้งบี้ หรือพูดให้ลูกรู้สึกว่าตนเองผิดปกติ (ทั้งๆ ที่ความจริงก็น่ารักสมวัย) จนลูกเกิดความกดดันและเสี่ยงทำพฤติกรรมผิดๆ

2. สร้างค่านิยมเรื่องความสามารถและนิสัยมากกว่ารูปลักษณ์ เพราะการเสพสื่อในปัจจุบันทำให้ลูกน้อยอยากมีใบหน้าสวยหล่อตามแบบดารา เพื่อให้ได้รับเงินหรือได้รับความสนใจ จึงควรสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วยการเสริมเรื่องจริยธรรมและการแข่งขันด้วยความสามารถแทน

3. ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการรับสื่อ หากลูกน้อยมีข้อสงสัยสอบถาม คุณพ่อคุณแม่ควรอธิบายและตอบคำถามตามข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้ลูกรับสื่อผิดๆ จนอาจนำไปปฏิบัติให้เกิดความอันตรายแก่ตัวได้

คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเป็นบุคคลสำคัญที่มีส่วนในการกำหนดชีวิตของลูกรัก เริ่มต้นด้วยศึกษาและทำความเข้าใจกับความเชื่อของตนเอง และหมั่นชมเชยเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกน้อย แค่นี้ลูกของเราก็เป็น “คนพิเศษ” กว่าใครโดยไม่ต้องงัด ไม่ต้องพยายามแล้ว

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง
Growth Hormone กับการเจริญเติบโตของลูกน้อย

จัดการปัญหาลูกรักไม่ยอมนอนในเปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ

"เปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ"เหมาะกับนิสัยการนอนแบบไหน

สารพัดปัจจัยทำลูกนอนน้อย

‘เตรียมของใช้ให้ลูกน้อย’ เรื่องจำเป็นที่คุณแม่มือใหม่พลาดไม่ได้