ฝึกลูกเป็นเด็กสองภาษาด้วยเทคนิค 9 ข้อ
admin 2K
ลูกรักวัยซน , ลูกรักวัยเตาะแตะ

ภาษาเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการเรียนรู้ ผู้ใหญ่หลายคนประสบความสำเร็จในชีวิต โดยมีภาษาเป็นใบเบิกทาง ดังนั้น การให้ลูกเรียนรู้ภาษาที่สองจึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวมีความตั้งใจ ซึ่งการฝึกให้ลูกเป็นเด็กสองภาษานั้น ไม่ใช่เรื่องยาก เรามีเทคนิค 9 ข้อ ซึ่งพ่อแม่สามารถสอนภาษาให้เจ้าตัวเล็กได้ตั้งแต่ยังอยู่ในท้องเลยด้วยซ้ำ

1. แม่ฟังอะไร หนูฟังด้วย ขณะตั้งครรภ์ให้คุณแม่ฟังเพลงหรือดูการ์ตูนภาษาอังกฤษ เพื่อให้ทารกคุ้นกับสำเนียง เพราะสิ่งที่แม่ฟัง ทารกในครรภ์ก็จะรับรู้ไปด้วย

2.กำหนดคนสอน เมื่อลูกคลอดควรกำหนดว่าใครจะพูดภาษาอังกฤษกับลูก ส่วนสมาชิกในครอบครัวคนอื่นพูดไทยได้ตามปกติ หรือให้ใน 1 วันใน 1 สัปดาห์ เป็นวันพูดภาษาอังกฤษเพื่อให้ลูกคุ้นกับสำเนียง

3. เวลาทองก่อน 7 ขวบ ช่วงตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ขวบเป็นช่วงที่สามารถฝึกภาษาให้เด็กได้ เพราะเด็กวัยหลัง 7 ขวบ จะค่อนข้างสอนยากหากเริ่มฝึกภาษาตอนโตอาจสับสนและต่อต้านได้

4. สำเนียงต้นแบบต้องเป๊ะ ควรพูดกับลูกให้ถูกหลักและสำเนียงชัดเจน เพราะเด็กจะจดจำและแก้ไขยาก อย่างไรก็ตาม หากคุณแม่รู้สึกว่าสำเนียงเป๊ะในที่นี้ไม่ได้หมายถึงต้องเหมือนเจ้าของภาษา เพียงแต่พยายามออกเสียงให้คล้ายที่สุดเท่านี้ก็พอแล้วค่ะ

5. Speak ทุกวัน คำที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น นั่ง ยืน กิน นอน ไป มา ควรพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ลูกจำได้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเป็นประโยค เมื่อลูกโตขึ้น

6. เสริมภาษาอย่างหรรษา หนังสือ การ์ดคำศัพท์ สามารถใช้เป็นสื่อสอนภาษาอังกฤษกับลูกได้ รวมถึงการเปิดหนังหรือการ์ตูนให้ฟังสำเนียง หรือใช้เพลงสอนภาษาให้ลูกหัดเต้น จะทำให้เด็กๆ สนุกและจำคำศัพท์ได้แม่นยำ

7. อย่าจับหนูเรียนหนังสือ เด็กวัยนี้ชอบเล่นและเรียนรู้ ควรเน้นกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันและพูดภาษาอังกฤษทุกวัน อย่าจับลูกมานั่งสอนเด็ดขาด

8. เปลี่ยนสถานที่สนทนา เมื่อไปนอกสถานที่ควรชวนลูกคุยและพูดศัพท์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับที่นั้นๆ เพื่อให้เรียนรู้คำศัพท์เพิ่ม

9. ช้าแต่ชัวร์ ไม่ควรเร่งลูกในการเรียนภาษา เด็กจะมีพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดีขึ้นหากได้ใช้อย่างสม่ำเสมอ

ส่วนคุณพ่อคุณแม่ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งภาษาอังกฤษฝึกไปพร้อมๆ กับลูกได้ด้วยการดูซีรี่ส์ภาษาอังกฤษ โดยใช้การฟังและดูการกระทำของตัวละครบ่อยๆ จะสามารถจับความหมายของคำพูดได้เอง

ที่สำคัญอย่ากดดันทั้งตัวเองและเจ้าตัวเล็ก ขอให้การเรียนภาษาเป็นเรื่องสนุกและเป็นกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกันภายในครอบครัว ซึ่งเป็นบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดี อย่ายัดเยียดให้เด็กเรียนมากเกินไป เพราะลูกของคุณอาจต่อต้านและทำให้การฝึกภาษาไม่เป็นผล

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง
Growth Hormone กับการเจริญเติบโตของลูกน้อย

จัดการปัญหาลูกรักไม่ยอมนอนในเปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ

"เปลไกวไฟฟ้าอัตโนมัติ"เหมาะกับนิสัยการนอนแบบไหน

สารพัดปัจจัยทำลูกนอนน้อย

‘เตรียมของใช้ให้ลูกน้อย’ เรื่องจำเป็นที่คุณแม่มือใหม่พลาดไม่ได้